5 ความเจ็บปวดที่ทำให้คุณคิดว่าปวดฟัน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่

เรารู้ว่าอาจมีสาเหตุหลายประการทำทำให้ปวดฟัน เช่น ฟันผุ ภาวะเสียวฟัน เนื้อเยื่อฟันอักเสบ ฯลฯ แต่อันที่จริงไม่ใช่อาการปวดฟันทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางทันตกรรม โรคอื่นๆ ยังก็ทำให้เกิดอาการปวดฟันได้และอาจทำให้คุณต้องไปพบทันตแพทย์ แต่น่าเสียดายว่าการไปพบทันตแพทย์นั้นอาจไม่ได้ช่วยคุณได้เสมอไป เพราะมันมาจากสาเหตุอื่นๆ พวกเราขอเตือนคุณเกี่ยวกับภาวะบางอย่างที่อาการปวดฟันนั้นไม่ใช่มาจากฟัน อาการปวดฟันบางอย่างค่อนข้างร้ายแรงและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด 1. ปัญหาของขากรรไกร ปกติแล้วคุณจะไม่ปวดฟันอยู่ตลอดเวลา และอาการปวดฟันที่คุณรู้สึกอยู่นั้นอาจมาจากขากรรไกรของคุณก็ได้ การปวดฟันสามารถเกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาของ temporomandibular joint dysfunction หรือความเจ็บปวดและความผิดปกติของกล้ามเนื้อของการบด (กล้ามเนื้อที่เคลื่อนขากรรไกร) และข้อต่อ temporomandibular (ข้อต่อที่เชื่อมต่อขากรรไกรล่างไปยังกะโหลกศีรษะ) ซึ่งยังทำให้เกิดกรามล็อค...

7 ท่าทางการแสดงออกที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่น่าคบหา

หลังจากที่เราได้พบเจอผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาหาเราในแต่ละวันแล้วก็ต้องพบว่า กับบางคนเราอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจมากมาก แต่กับบางคนแล้วอยู่ด้วยกลับรู้สึกอึดอัดอยากที่จะขยับตัวออกห่าง หรือกับบางคนแค่ได้มองอยู่ไกลๆก็เห็นถึงความน่ารักและมีเสน่ห์ของเค้าเหล่านั้นก็มี หลายคนก็บอกว่าเราทำบุญมาไม่เท่ากันมันก็เลยได้ผลออกมาแบบนี้ไม่เท่ากันยังไงละซึ่งเราฟังแล้วก็ไม่ค่อยจะเห็นความเชื่อมโยงกันสักเท่าไหร่ พวกเรา BTW ก็เลยอยากจะไปลองหาเรื่องราวหรือข้อมูลอะไรสักอย่างที่จะสามารถบอกพวกเราได้แบบมีหลักการมากขึ้นสักหน่อย เพราะพวกเรา BTW เชื่อกันว่าทุกอย่างมันต้องสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผลที่เหมาะสมนั้นเอง ซึ่งพวกเราก็ได้พบกับเรื่องราวของการใช้ท่าทางหรือภาษากายนั้นเองที่พอจะเอามาอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้ว่าทำไมนะพวกเราถึงรับรู้หรือรู้สึกกับคนที่เพิ่งพบกันแตกต่างกันไปนั้นเอง มาเริ่มจากเรื่องง่ายอย่างการมองสบตากันเลยดีกว่า เป็นเรื่องธรรมดามากมากที่เวลาเรามองหน้าหรือพูดจากันนั้นเราอาจจะต้องผสานหรือสบตากันกับคู่สนทนา แต่เพื่อนเพื่อนทราบกันไหมละว่าการสบตาที่ดีนั้นก็มีช่วงเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน สำหรับคนที่เพิ่งพบกันไม่นานเวลาเพียงแค่ สามถึงห้าวินาทีในการมองสบตากันนั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะห่างคุณจ้องมองนานกว่านั้นคนที่ถูกมองก็จะรู้สึกอึดอัดได้แล้ว และเสริมอีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือเวลาที่คุณมองไปที่ใบหน้าเวลาสนทนานั้นหากไม่มองสบตาแล้วละก็เราขอแนะให้เพื่อนเพื่อนลองมองไปที่จมูกแทนเพราะหากมองสูงเช่นหน้าผากคุณจะเหมือนไม่สนใจเค้า และห่างมองต่ำลงไปกว่าจมูกจะทำให้รู้สึกว่าคุณสนใจอย่างอื่นๆมากกว่าบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเอง การเว้นช่วงเวลาหลังจากเพิ่งพบกันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวจะทำให้รู้สึกสบายใจกว่า อีกเรื่องหนึ่งเลยนั้นก็คือช่วงจังหวะในการเริ่มการสนทนา หลังจากที่ได้พบหน้าทักทายกันแล้วให้เวลาอีกฝ่ายได้ผ่อนคล้ายจากหลายหลายอย่างก่อนเช่น เค้าอาจจะต้องการนั่งลงหรือแขวนเสื้อนอกให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเริ่มบทสนทนาก็ยังไม่สายเพราะการเร่งรีบที่จะพูดนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายเกิดความกังวลนั้นเอง ท่าทางการนั่งและการวางเท้าก็ทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นได้ หนึ่งในความรู้สึกที่แสดงออกเมื่ออยู่กับใครสักคนนั้นก็คือระยะห่างที่เรานั่งหรือยืนอยู่กับบุคคลนั้นนั้นเอง ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าเพื่อนใหม่ของคุณนั่งห่างออกไปหรือนั่งพิงเก้าอี้ไปที่ด้านหลังนั้นแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจนั้นเอง ดังนั้นการค่อยพูดเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างเรื่องที่อีกฝ่ายชอบจะเป็นการดีที่จะทำให้อีกฝ่ายเปิดใจและค่อยๆขยับเข้าหา แต่ในทางกลับกันการที่คุณขยับตัวหรือนั่งแล้วมีส่วนหนึ่งส่วนใดเช่นแขนหรืออาจจะเป็นขายื่นขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปจะช่วยทำให้รู้สึกสนิทกันมากขึ้น การพูดสื่อสารอาจจะเป็นการกระทำที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าแสดงออก ในบางโอกาสที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่นั้นบ้างครั้งการถามคำถามเพื่อขอความคิดเห็นก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้เพราะเค้ายังไม่พร้อมหรือไม่สนิทใจพอที่จะให้คำแนะนำอะไร แต่การถามด้วยท่าทางอย่างการถามถึงสิ่งที่เราทำด้วยท่าทางการยกมือว่าสิ่งนี้มัน ok ไหม...

9 คนผู้มั่งคั่งในอดีต ที่ทำให้มหาเศรษฐีสมัยใหม่ดูจนไปเลย

ถ้าพูดถึงมหาเศรษฐีในปัจจุบันหรือคนที่ร่ำรวยที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ เราคงนึกชื่อออกได้หลายคน ตัวอย่างเช่น Bill Gates หรือ Warren Buffett  เราหลาย ๆ คนน่าจะพอเคยได้ยินว่าพวกเค้ามีเงินมากแค่ไหน แต่ถ้าลองมองย้อนกลับไปในอดีต กลับไปดูว่ามหาเศรษฐีที่เป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์ อย่างเช่น Alexander the Great, Genghis Khan, King Solomon, จักรพรรดิโรมันหลายคนและฟาโรห์แห่งอียิปต์ (เพราะไม่มีข้อมูลที่แน่นอนเกี่ยวกับความร่ำรวยที่พวกเขามี) คุณอาจจะไม่รู้ว่าเค้าเหล่านี้มีเงินมากแค่ไหน ...

ทำไมหลายคนนอนหลับได้ในคืนที่อากาศร้อนแม้ต้องนอนใต้ผ้าห่ม

ความชอบถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรากะเกณฑ์คาดคะเนหรือไม่สามารถเปลี่ยนกันได้ง่ายง่ายบางคนชอบทานอาหารพร้อมกับเปิดทีวีหรือเพลงฟังไปด้วย แต่กฌยังมีอีกหลายคนที่อาจจะชอบนั่งทานอาหารเงียบเงียบ หรือเพื่อนผู้ชายบางคนของเราที่คบกันมาเกือบ 20 ปีแล้วแต่ก็ยังคงชอบสะสมของเล่นโมเดลตัวการ์ตูนต่างๆที่หลายคนอาจจะมองว่ามันดูเด็กเกินไปแต่อันที่จริงแล้วพวกเราชาว BTW อยากจะบอกเพื่อนเพื่อนเอาไว้ว่าสิ่งต่างๆหรือความชอบต่างๆเหล่านี้นั่นเองที่ทำให้แต่ละคนมีกำลังใจในการทำงานหรือมีความสุขเมื่อได้มองเห็นสิ่งเหล่านั้นและนั่นก็เพียงพอแล้ว โดยที่เราอยากให้เพื่อนเพื่อนอย่าไปมองหรือประเมินคุณค่าในมุมมองของตัวเราเพราะว่าในอีกมุมหนึ่งที่ถูกมองมาจากสายตาของคนที่ชื่นชมชื่นชอบสิ่งเหล่านั้นแล้วมันล้วนเป็นสิ่งมีค่าสำหรับคนเหล่านั้นนั้นเอง และวันนี้พวกเราก็ได้นำเรื่องของความชอบอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือการชอบนอนห่มผ้าห่มมาให้เพื่อนเพื่อนฟังเป็นความรู้กันสักหน้า เพราะมันมีเรื่องราวนาสนใจมากกว่าที่หลายหลายคนจะคิดถึง ที่เราอยากจะนำเสนอเรื่องนี้ก็เพราะว่าพวกเรานี่แหละที่เป็นแฟนตัวยงของผ้าห่มที่ต้องมีติดไว้ถึงจะนอนได้เลยยังไงละ สิ่งแรกเลยนั่นก็คือเจ้าผ้าห่มคือตัวช่วยในการปรับอุณหภูมิที่ง่ายที่สุดที่เราสามารถมีไว้ในบ้านได้ เรื่องที่เป็นเพื่อนหลายคนอาจจะยังไม่ทราบนั่นก็คืออันที่จริงแล้วภายในร่างกายของเรามีระบบที่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ใน. ที่เหมาะสมในตอนที่เราตื่นแต่ว่าได้ตอนที่เราหลับแล้วมันก็จะหยุดพักไปด้วย และในระหว่างที่เรานอนหลับพักผ่อนอยู่ก็จะเป็นการหยุดทำงานของหลายหลายสิ่งจึงทำให้อุณหภูมิของเราจะลดต่ำลงนั่นเองดังนั้นถ้าผมซักผืนก็จะช่วยทำให้ร่างกายของเรา ได้รับความอบอุ่นที่เพียงพอเพียงแต่ว่าคุณอาจจะต้องเลือกความหนาและชนิดของผ้าห่มให้เหมาะสมกับฤดูกาลเท่านั้นเอง อย่างในคืนที่อากาศร้อนก็อาจจะเลือกใช้ผ้าห่มที่มีขนาดบางสักเล็กน้อยก็พอและในวันที่อากาศหนาวก็เลือกที่มันหนานุ่มสักหน่อย ความเคยชินหนุ่มเค้าทำให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย @ Pexels อย่างที่เราเคยบอกเพื่อนเพื่อนในหลายหลายบทความที่ผ่านมานั่นก็คือสัญชาตญาณและความเคยชินทำให้เรารู้สึกปลอดภัยหรือสิ่งของที่คุ้นเคยนั่นก็มีส่วนในการทำให้รู้สึกปลอดภัยเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อนเพื่อนหลายคนของเราจึงมักจะนอนหลับสนิททันทีเมื่อได้อยู่ในห้องนอนที่คุ้นเคยหรือมีสิ่งของที่คุ้นเคยอย่างการห่มผ้าห่มเป็นต้น มาพูดถึงเหตุผลจากการศึกษากันสักหน่อยเพราะเราพบว่าผ้าห่มมีส่วนช่วยทำให้เราได้รับความรู้สึกปลอดภัย เป็นเพราะว่าเวลาที่เราห่มผ้าแล้วลึกลึกข้างในจะรู้สึกเหมือนได้รับการปกป้องจากสิ่งภายนอก เพราะว่าใครๆก็ต้องใช้ผ้าห่มด้วยคลุมตัวเราทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นแหละ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนมีเกราะคุ้มกันบางอย่างจากสิ่งภายนอกนั่นเอง และเมื่อเรารู้สึกสบายใจเมื่อได้รับการปกป้องก็จะทำให้เราผ่อนคลายและหลับง่ายนั่นเอง ไม่ถูกรบกวนจากสิ่งภายนอก © depositphotos.com จะบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของการนอนที่ใครต่อใครก็น่าจะสังเกตได้ทันทีเมื่อเห็นภาพใครสักคนก็ตามที่กำลังห่มผ้าห่มอยู่ เราก็จะคิดว่าเค้าน่าจำกำลังนอนหลับอยู่ และเพราะคนอื่นๆสังเกตและรับรู้ได้ทันทีว่ามีคนนอนอยู่นี่แหละที่ทำให้คนเหล่านั้นจะระมัดระวังไม่ทำเสียงดังหรือไม่เข้าไปรบกวนคนที่กำลังอยู่ภายใต้ผ้าห่มนั้นแหละ เพราะความเชื่อในตอนเด็กทำให้เรารู้สึกปลอดภัยเมื่อได้ซ่อนตัวภายใต้ผ้าห่ม เพื่อนเพื่อนของเราหลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์เดียวกันนี้ นั่นก็คือในตอนที่เรายังเด็กอยู่นั้นคุณพ่อคุณแม่มักจะเข้ามาบอกกับเราเสมอว่าภายใต้ผ้าห่มไม่มีอะไรสามารถเข้ามาทำอันตรายเราได้ซึ่งตอนที่เราเป็นเด็กน้อยมันก็ไม่แปลกที่เราจะเชื่อเรื่องเหล่านั้น และเจ้าความเชื่อเล็กๆตั้งแต่เด็กนั้นแหละ ที่ยังคงตรึงใจของเราอยู่ทำให้ถึงแม้ว่าเราจะโตขึ้นมามากแล้วแต่เวลาที่เราได้ห่มผ้า...

การอาบน้ำที่อุณหภูมิเย็นสักหน่อยนั้นดีต่อใจและดีต่อตัวเรา

เพื่อนเพื่อนทราบกันบ้างไหมละว่าในประเทศเมื่อร้อนแบบบ้านเรานั้นมีสิ่งหนึ่งซึ่งพวกเราหลายหลายคนเลือกทำซึ่งมันขัดกับสภาพอากาศที่ร้อนของบ้านเรามากมากเลย ซึ่งนั้นก็คือการอาบน้ำอุ่นนั้นเองมันฟังดูแล้วช่างสร้างความงงให้กับเพื่อนหลายคนของเราที่เดินทางมาจากต่างประเทศนั้นก็เพราะว่าที่บ้านของเพื่อนของพวกเรานั้นจะเลือกใช้น้ำอุ่นก็เพราะว่าอากาศตอนเย็นนั้นมันหนาวมากมากเลยยังไงละ แต่ทำไมกันนะพวกเราหลายหลายคนที่เพิ่งจะออกเดินทางจากที่ทำงานกลับมาบ้านแล้วแทนที่จะอาบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเพื่อให้คลายร้อนแต่กลับอาบน้ำอุ่นอีกซึ่งพอเรามาลองสอบถามเพื่อนเหล่านั้นก็ทำให้เราได้ทราบถึงเหตุผลที่พวกเค้าเหล่านั้นอาบน้ำอุ่นตลอดเวลาก็เพราะว่ามันทำให้เค้ารู้สึกสดชื่นและเหมือนได้ผ่อนคลายจากการเมื่อยล้านั้นเอง และอีกอย่างก็คือเพื่อนเพื่อนของเรายังบอกอีกว่าการอาบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นนั้นก็แทบจะไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้เลย ซึ่งพอเราได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมาว่าอันที่จริงแล้วน้ำเย็นนั้นมันอาบน้ำดีหรืออาบแล้วมีประโยชน์อะไรกันบ้างหรือเปล่านะ แล้วเราก็ได้พบกับเรื่องราวและข้อมูลที่น่าสนใจมากมากหลายอย่างเลย ซึ่งพวกเราก็อยากจะเอามาให้เพื่อนเพื่อนได้ลองอ่านกันดูเพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนเพื่อนด้วย สิ่งแรกเลยเมื่อเพื่อนเพื่อนได้อาบน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นสักหน่อยในทุกวันนั้นก็คือใบหน้าของคุณจะดูเปล่งปลั่งมากขึ้น นั้นก็เพราะอุณหภูมิที่เย็นนั้นจะช่วยเรื่องของการบวมแดง และยังช่วยให้น้ำมันบนใบหน้าไม่หายไปมากจนเกินไปอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งนั้นก็คือการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ จะทำได้ดีขึ้นอีกนะซึ่งเมื่อมีการไหลเวียนทีดีแบบนี้มันก็ต้องส่งผลไปถึงความเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นไปอีกนะสิ เมื่อระบบการไหลเวียนที่ดีก็ย่อมส่งผลต่อการทำงานหลายหลายอย่างและเมื่อเป็นแบบนั้นริ้วรอยต่างๆมันก็ต้องดูดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะน้ำมันที่มีอยู่อย่างเพียงพอเมื่อใช้น้ำเย็นนั้นเองมันก็ยังส่งผลต่อการส่วนของรองรอยต่าง ๆ ที่จะทำให้ดูตื้นขึ้นได้อีกนะ เพื่อนๆก็ลองคิดดูสิอย่างกระดาษแห้ง ๆ ที่เราลองพับให้เป็นรอยยับแล้วมันจะกลับมาเรียบมันก็ยากแหละนะแต่ถ้าลองใส่น้ำมันลงไปสักหน่อยเจ้ารอยเหล่านั้นมันก็จะหายไปได้เลยนะ ทำให้ระบบสื่อสารภายในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆไปเลย อีกเรื่องที่ต้องบอกให้เพื่อนเพื่อนฟังเลยเพราะมันเป็นเรื่องที่พวกเรา BTW เองก็เพิ่งทราบเหมือนกัน นั้นก็คือเมื่อเราใช้น้ำเย็นเป็นประจำแล้วส่วนต่าง ๆ มันจะมีความชุ่มชื่นมากพอและเจ้าความชุ่มชื่อนนี้แหละที่ทำให้ระบบไฟฟ้าในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากมากเลยนะ และด้วยการทำงานของระบบไฟฟ้านี่เองที่สามารถทำให้ระบบภายในของเรานั้นทำงานได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย และสิ่งที่มันดีออกมาจากภายในนั้นแหละจะส่งผลออกมาถึงภายนอกให้เราได้เห็นในเวลาไม่ช้าเลย ดังนั้นเพื่อนที่ชอบและรักในการอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ก็อย่าลืมที่จะดูแลเรื่องที่ร่างกายของเราจะแห้งเกินไปด้วยนะเพราะถ้ายิ่งแห้งมากมากระบบการสื่อสารต่าง...

5 ท่าออกกำลังกายง่ายๆที่ทำตอนดูทีวีก็ยังได้

ทุกวันนี้เราแทบจะไม่ค่อยได้ออกไปไหนต่อไหนสักเท่าไหร่นักอาจจะเพราะอากาศที่ร้อนมากมากเมื่อออกไปข้างนอกก็ไม่อยากจะไปไหนนอกจากห้างหรือที่ที่มีแอร์เย็นๆเท่านั้นเอง แต่การที่จะไม่ได้ออกไปไหนแบบนี้ก็ทำให้เพื่อนเพื่อนของพวกเราหลายหลายคนเลือกที่จะนอนเปิดแอร์เย็นๆอยู่ที่บ้านซึ่งเราก็อยากจะบอกเพื่อนเพื่อนว่ามันก็คงดีแหละ แต่ยิ่งเราทำแบบนั้นไปบ่อยๆแล้วคุณเองก็อาจจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเรานั้นมันก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวได้ไม่ค่อยกระฉับกระเฉงสักเท่าไหร่นัก แต่ในเมื่อเราจะออกกำลังกายนอกบ้านก็ไม่กล้าอีกทั้งการไปวิ่งตอนนี้ก็ยังร้อนเหลือเกินพวกเรา BTW ก็เลยมาลองนำเสนอท่าออกกำลังกายง่ายๆที่เพื่อนเพื่อนก็สามารถทำได้เองที่บ้านและยังช่วยให้เราขยับร่างกายได้กระฉับกระเฉงขึ้นมากอีกด้วย นอกจากนี้ท่าบริหารเหล่านี้ถ้าเพื่อนเพื่อนทำเป็นประจำแล้วละก็มันยังจะช่วยให้เพื่อนเพื่อนจัดการกับเหล่าบรรดาส่วนย้อยต่าง ๆ ได้อีกด้วยนะน่าสนใจขนาดนี้แล้วก็ลองไปชมกันเลยดีกว่าเนอะ ท่าแรกนั้นแสนจะง่ายดายมากมากมันคือท่าการออกกำลังกายโดยการขยับฝ่ามือขึ้นลงนั้นเอง ท่าง่ายๆแค่นี้แต่กลับได้ผลที่น่าสนใจมากมากเลยนะเพราะมันจะช่วยให้เพื่อนเพื่อนขยับแขนได้คล่องแคลวมากขึ้นเลยนะ ทำก็ง่ายไม่ยุ่งยากเลยแค่เริ่มต้นจากการยืนตรงให้มั่นคงพอที่จะขยับตัวแล้วไปเอนไปด้านหน้าหรือหลังได้ง่ายๆ ยกแขนหางออกข้างลำตัวตามภาพ ศอกตั้งฉากและหงายฝ่ามือขึ้น จากนั้นก็เริ่มขยับยกมือขึ้นลงช้าๆไม่ต้องเร็วมาก อย่าลืมหายใจตามจังหวะที่ขยับมือข้นลง ทำท่านี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆได้เลยหนึ่งนาที ต่อมาในท่าที่สองกันเลยกับท่าตั้งการ์ด อย่างที่บอกเราไม่ต้องการความเร็วแต่เราต้องการความกระฉับกระเฉงดังนั้นท่านี้ก็ทำค่อยๆแต่อย่าช้ามา เริ่มต้นก็ทำเหมือนท่าแรกนั้นแหละคือเราต้องยืนให้มั่นคงและยกมือกางออกตั้งไม่ต้องขนานกับพื้นมากเหมือนท่าแรก จากนั้นก็แค่ค่อยๆขยับแขนทั้งสองข้างของเราเข้าหากัน อย่าลืมที่จะหายใจตามจังหวะขยับแขนเข้าออกด้วยนะ จากนั้นก็ค่อยๆกางแขนของเอาออกไปเหมือนท่าเริ่มต้น ง่ายๆเท่านี้เองนะเพื่อนเพื่อนก็เริ่มจากหนึ่งนาทีก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนรอบขึ้นให้เหมาะสมละ มาถึงท่าที่สามกันแล้วกับท่าจ๊อกกิงแต่ไม่ต้องวิ่งจริงๆออกไปไหนหรอกละ เพราะเราจะทำเหมือนกับการที่เราวิ่งไปแต่อันที่จริงแล้วแค่ขยับขาขึ้นลงให้อยู่กับที่เท่านั้นเองเริ่มต้นด้วยท่ายืนกางขาออกเล็กน้อยจากนั้นพับศอกขึ้นขนานกับพื้นทำมุมสามเหลี่ยมและฝ่ามือคว่ำลงจากนั้นก็ค่อยๆขยับยกขาของคุณขึ้นที่ละข้างสลับไปซ้ายขวาช้าๆไม่ต้องรีบจะเหมือนกับการวิ่งแต่จะเป็นการขยับอยู่กับที่เท่านั้นสิ่งที่สำคัญก็คือไม่ต้องเร่งและยกขาให้สม่ำเสมอและสูงให้ได้ถึงฝ่ามือเริ่มต้นสักหนึ่งนาทีก่อนและค่อยๆเพิ่มขึ้นตามที่คุณสามารถทำต่อเนื่องได้โดยที่ไม่เหนื่อย ท่าที่สามกันเลยกับสควอชโดยเราสามารถหาเก้าอี้มาช่วยได้ ต้องบอกเลยว่าท่าสควอชนั้นมีประสิทธิภาพอย่างมากเพราะมันคือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อีกทั้งยังช่วยกระฉับส่วนต่าง ๆได้ดีอีกด้วย แค่เริ่มจากที่มองหาเก้าที่ขนาดพอดีกับการนั่งของคุณมาวางไว้ด้านหลังจากนั้นก็ยืนกะระยะห่างให้ดีดียืนตัวตรงหันหน้าออกไปข้างหน้า จากนั้นก็ค่อยย่อตัวลงเหมือนกับกำลังจะนั่งแต่ทำอย่างช้าและพยายามอย่านั่งถึงเก้าอี้แล้วก็ขยับยืดตัวขึ้นกลับไปยังท่าเริ่มต้นทำซ้ำไปอย่างช้านำจำนวนที่คุณทำไหวแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นที่ละน้อยๆ มาถึงท่าที่สี่กันแล้วท่านี้เราเรียกว่า Stepback ซึ่งมันก็เหมือนกันการขยับถ่อยไปข้างหลังนั้นเอง นอกจากจะเป็นท่าเคลื่อนไหวที่ทำให้เพื่อนเพื่อนออกกำลังกายแล้วท่านี้ยังช่วยทำให้เพื่อนเพื่อนมีสมาธิมากขึ้นอีกด้วยนะแถมใครที่รู้สึกว่าเวลานั่งนานๆแล้วปวดเมื่อยละก็ลองทำท่านี้ก็จะช่วยทำให้คุณค่อยๆรู้สึกดีขึ้น ...

เทคโนโลยีที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์การดำเนินชีวิตในยุคต่อไป

พวกเราคงเคยได้ยินว่าในยุคโบราณนั้นผลงานของโซเครติส และ ชัยชนะของอเล็กซานเดอร์ ยิ่งใหญ่ขนาดไหน หรือในช่วงยุคกลางเริ่มต้นการบันทึกสิ่งต่าง ๆ ด้วยหมึกและมียการพิพม์หนังสือทำให้การส่งต่อความรู้ทำได้ดีขึ้น มีการออกสำรวจพื้นที่ทางทะเล และ ทำแผนที่โลกซึ่งถ้าเราอยู่ในช่วงเวลาที่เริ่มสิ่งใหม่เราทุกคนน่าจะมีความรู้สึกเดียวกันคือ สิ่งใหม่เหล่านี้มันสุดยอดมาก นั่นทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าคนในอนาคตจะจดจำช่วงเวลาที่ทันสมัยในยุคนี้ซึ่งเป็นศตวรรษที่ 21 ว่าอย่างไร แน่นอนพวกเราไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ใหม่ แต่พวกมันก็มีโอกาสมากที่จะถูกจดจำเอาไว้ 1. การพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในโรงภาพยนตร์ ซ้าย ภาพยนตร์ ขวา ภาพจริงของนักแสดง © Alita: Battle Angel / 20th...

11 อุปกรณ์ครัวแบบง่ายๆที่คนทำครัวอยากมีไว้ในครอบครอง

กินอยู่หลับนอนเป็นสองเรื่องที่ถ้าหากว่าใครสามารถมีความสุขในการกินอิ่มและของที่ตัวเองชอบ อีกทั้งยังนอนหลับสบายๆ แต่การจะตามหาเหล่าอาหารที่ทานได้ถูกปากและจุใจนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆเลย ดังนั้นเพื่อนเพื่อนของเราหลายหลายคนจึงลุกขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์อาหารที่ถูกใจเหล่านั้นให้ออกมาทานได้ทุกวันด้วยการลงมือทำอาหารเหล่านั้นเอง ใช่แล้ววันนี้พวกเรา btw กำลังจะมากล่าวถึงเพื่อนของเราที่ชอบและรักในการทำอาหาร ที่ต้องเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้เพื่อนเพื่อนฟังก็เพราะว่าเราอยากจะบอกว่าอันที่จริงแล้วการได้ลองทำอาหารทานเองมันก็มีทั้งความสนุกและความอร่อยที่หลายหลายคนคาดไม่ถึง แต่หลายหลายคนก็อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนเพราะกว่าจะออกมาเป็นอาหารให้เราได้ทานหนึ่งอย่างนั้นมันต้องผ่านทั้งขั้นตอนการคัดสรรค์ส่วนประกอบหรือเหล่าวัตถุดิบต่าง ๆ อีกทั้งยังต้องมาเตรียมสิ่งเหล่านั้นไม่ว่าจะหันสับซอยเพื่อให้พร้อมสำหรับการปรุงอาหารอีก ซึ่งหลายหลายคนก็ยังคิดว่าเป็นสิ่งที่ยุ่งยากแต่พวกเรา BTW กลับพบว่าความจริงแล้วตอนนี้มันมีอปกรณ์งานครัวมากมายที่ถูกคิดและประดิษฐ์ออกมาเพื่อให้พวกเราทำครัวกันได้อย่างสะดวกสบายมากมากขึ้นแล้ว วันนี้เราก็เลยอยากจะมาลองเอาเจ้าเครื่องครัวใหม่ๆเหล่านั้นมาบอกให้เพื่อนเพื่อนทราบและรู้จักกันเพื่อว่าจะมีใครอีกหลายหลายคนเปลี่ยนใจหันมาลองทำขนมหรืออาหารเพิ่มก็เป็นได้ การทำอาหารแต่ละอย่างก็มีเคล็ดลับของการทำไม่เหมือนกันบางอย่างต้องเร็วบางอย่างต้องช้า อย่างซุปบางอย่างเราต้องทำมันอย่างช้า ๆ ค่อยคนอาหารหรือกวนไปเบาๆ แต่ก่อนกว่าจะทำได้ต้องเมื่อยมือเมื่อยขาอยู่นาน แต่ตอนนี้เรามีเครื่องคนอาหารที่เพียงแค่เปิดการทำงานและตั้งไว้มันก็จะกวนและคนอาหารไปเรื่อยๆแล้ว © amazon คราวนี้และจะซุปหรืออะไรก็มาเลยเพราะเราแค่กดเปิดใส่ทุกอย่างลงไปที่เหลือก็แค่ไปรอเท่านั้นเอง มาถึงเจ้าอุปกรณ์อย่างที่สองกันเลยต้องเรียกว่ามันคือตัวช่วยที่ดีมากมากอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้นั้นก็คือเครื่องซูวี เจ้าเครื่องนี้มันคือเครื่องทำความอุณหภูมิที่ทำให้เราสามารถควบคุมการสุกของอาหารได้อย่างแม่นยำ เพราะปัญหาเวลาที่เราทอดหรือย่างอาหารจะพบว่าตรงกลางของอาหารบางครั้งก็ไม่สุกนั้นเอง แต่เจ้าเครื่องซูวีนี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สิ่งนี้นั้นก็คือการทำให้อาหารสุกตามแบบที่เราต้องการโดยการให้ความร้อนผ่านน้ำส่งไปที่ตัวอาหาร ที่เพื่อนเพื่อนต้องทำก็แค่อ่านคู่มือว่าอาหารแต่ละแบบต้องการอุณหภูมิและเวลาขนาดไหน...

สิ่งของที่คนส่วนใหญ่ซื้อมาแล้วแทบไม่ได้ใช้งาน

เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ว่าค่าใช้จ่ายพื้นฐานของผู้คนทั่วโลกคืออะไรหรือใช้ไปกับอะไรบ้าง ? อาหาร เสื้อผ้า การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดเพื่อพักผ่อน สุขภาพ  อย่างไรก็ตามยังมีค่าใช้จ่ายที่เราหมดไปกับสิ่ง “อื่น ๆ ” ที่เราอาจจะไม่รู้ตัวมาก่อน จากการวิจัยพบว่าคนทั่วไปใช้เงินมากมายกับสิ่งของที่พวกเขาไม่ต้องการจริงๆ ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่ไม่สำคัญนั่นเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่ควรจะกลายมาเป็นเงินเก็บของเราได้ และถ้าเรากำจัดพวกมันได้เราจะสามารถประหยัดเงินไว้เพื่อซื้อสิ่งที่จำเป็นและใช้งานได้จริง ๆ ได้มากกว่านั้น เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือไปพักผ่อนในวันหยุดยาว พวกเรารวบรวมรายการซื้อยอดนิยมที่ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปไว้ในบทความนี้ให้เพื่อนๆของเรามีเงินออมเอาไว้ใช้กัน 1. เครื่องสำอางที่ต้องการใช้ครั้งเดียว © Instagram / ekaterinanay...

11 วิธีในการตรวจสอบคุณภาพอาหารของคุณ ว่าดีแค่ไหน

เราบริโภคผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างเช่นไข่ ผลไม้และขนมปังเกือบทุกวัน แต่เราอาจไม่ได้ทราบวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเพราะการบรรจุหีบห่อสีสดใสและคำโฆษณาชวนเชื่อที่มักทำให้เราไขว้เขว เป็นการดีกว่าที่จะรู้เทคนิคในการหาสิ่งที่ดีที่สุดจากร้านขายของชำเพราะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา เรามีสิ่งง่ายๆที่สามารถช่วยคุณซื้อสินค้าและตรวจสอบอาหารของคุณแบบนักโภชนาการที่แท้จริง 1. ไข่ไม่ควรมีลักษณะเป็นแป้ง © depositphotos.com © shutterstock.com แต่ละครั้งก่อนที่คุณจะซื้อไข่ให้เปิดกล่องและทำการตรวจสอบด้วยสายตา ถ้าไข่แตกติดเปลือกอาจบ่งบอกถึงว่ามันมีแบคทีเรียปนอยู่ หากไข่มีลักษณะเป็นผงเหมือนแป้งอาจมีเชื้อราปนเปื้อนอยู่ก็เป็นได้ 3. อย่าใส่ใจกับวลีอย่างเช่น "ปราศจากไขมัน" หรือ "เป็นธรรมชาติ" ในแพ็คเกจ © NEETBoiHere / reddit เพื่อความน่าเชื่อถือ เรามักจะเห็นวลีเช่น "ทำจากธรรมชาติทั้งหมด" หรือ "ปราศจากไขมัน" และเชื่อว่าเป็นจริงตามนั้น แต่ในความเป็นจริงมันอาจเป็นเทคนิคที่ทำให้คุณซื้ออาหารนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆยังสามารถมีสารกันบูด ฟรุกโตสและโซเดียมสูง คุณควรตรวจสอบส่วนผสมเหล่านี้ได้จากฉลากโภชนาการ...

11 ความจริงเกี่ยวกับชีวิตที่กัดกร่อนจิตใจ และเราปฏิเสธที่จะยอมรับ

คนที่มีความสุขนั้นไม่ได้เพียงแค่สวมแว่นตาสีกุหลาบแล้วเห็นความสวยงามผ่านแว่นอันนั้น แต่พวกเขาแค่ยอมรับโลกอย่างที่มันเป็น โลกมีสิ่งที่ไม่สวยงามและมีความไม่ยุติธรรมอยู่ด้วย คนที่ไม่ยอมรับมันจะทำให้ชีวิตผิดพลาดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เรื่อยๆ เพราะชีวิตแสดงให้เราเห็นว่าคุณไม่สามารถมีทุกสิ่งที่คุณต้องการ และมันจะเป็นการดีกว่า ถ้าคุณตระหนักถึงความจริงข้อนี้เร็วมากขึ้น พวกเราพยายามยอมรับชีวิตในทุกๆด้าน และเราจะช่วยทบทวนความจริงง่ายๆ ที่หลาย ๆ คนลืมไป ชีวิตนั้นไร้สาระ คุณต้องค้นหาสิ่งที่คุณชอบให้พบ © Joy / 20th Century Fox น่าเสียดายที่เราไม่มีทางรู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงในชีวิตของเราคืออะไร? เราเสียของเวลาอันมีค่าของเราเพื่ออธิบายความลับอะไรของโลกใบนี้? ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีจุดหมาย ถ้าไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่คุณชอบ คุณต้องพยายามค้นหาสิ่งที่คุณชอบและสิ่งนี้จะทำให้คุณสนุกกับชีวิตของคุณ ไม่มีใครสนใจปัญหาของคุณ © Girls / Apatow Productions หลายคนสามารถบอกเล่าเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขากับคนอื่นๆ...

อาหาร 8 อย่างที่เราไม่ควรทานมากเกินไป

นับตั้งแต่อาหารเมดิเตอร์เรเนียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผู้คนก็เริ่มตระหนักว่าอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพมากแค่ไหน ทำให้ผู้คนหันมาสนใจทานอาหารประเภทนี้มากขึ้น จนบางครั้งก็เรียกได้ว่าขาดสมดุลในการกินอาหารกันเลยทีเดียว วันนี้พวกเราได้ตรวจสอบสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณทานอาหารเพื่อสุขภาพมากเกินไป 1. แครอท © depositphotos.com © depositphotos.com แครอทเต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และมันจะไม่ได้ทำให้คุณรับวิตามินเอมากเกินไป เพราะร่างกายของคุณจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น น่าเสียดายที่เบต้าแคโรทีนที่มีปริมาณมากเกินไปในร่างกายของคุณอาจทำให้เกิดแคโรทีเมียซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผิวของคุณเป็นสีเหลือง โรคนี้จะค่อยๆ หายไปเมื่อมีการเปลี่ยนแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอตามกระบวนการที่กล่าวข้างต้นและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ 2.ชาหมักคอมบูชา © shutterstock.com เครื่องดื่มจีนที่พิชิตนักกินมานับพันปี มาพร้อมกับประโยชน์ของทางเดินอาหารและมีการกล่าวอ้างว่าสามารถการเพิ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ อย่างไรก็ตามมันยังมีสารประกอบที่เรียกว่า FODMAP ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการหมักยีสต์ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและเกิดปัญหาในการย่อยอาหารได้ 3. น้ำ ปริมาณน้ำในร่างกายที่มากเกินไปสร้างความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ได้ โดยทำให้ระดับโซเดียมลดต่ำลงจนไตของคุณไม่สามารถจัดการได้อีกต่อไป ผลกระทบที่ตามมาอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้เกิดการสะสมน้ำในสมองซึ่งทำให้สมองบวมและเพิ่มความดันเนื่องจากกะโหลกศีรษะมนุษย์ไม่สามารถขยายตัวได้...