เรื่องเล่าในกองถ่ายหนังยุค 90 ที่ต้องถูกจดจำในฮอลลีวูดไปอีกนาน

4266

ในยุค 90 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวงการภาพยนตร์จริงๆ ผู้สร้างหนังหลายรายใช้เงินหลายล้านดอลลาร์ในการลงทุนถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นค่าตัวของนักแสดงและเทคนิคอื่นๆในภาพยนตร์ มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่เรายังคงดูซ้ำๆอยู่ตลอดเวลา แต่เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์เหล่านี้ มีหลายเรื่องที่ผู้กำกับมักจะมีข้อโต้แย้งกับค่ายหนังหรือผู้สร้าง บางครั้งนักแสดงก็ต้องเสียสละตนเองอย่างเต็มกำลัง รวมถึงทีมงานทุกคนต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันในหลายอย่างและยังมีความกังวลกับความคาดหวังของผู้ชมภาพยนตร์

เราได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเบื้องหลังของภาพยนตร์ในยุค 90 เหล่านี้ และพบกับข้อเท็จจริงที่ไม่คาดฝันมากมายที่อาจทำให้คุณประหลาดใจ

-นักแสดงหญิง Sean Young เป็นผู้คัดตัวในบทบาทของแคทวูแมนใน Batman Returns แต่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำเธอได้รับบาดเจ็บ และเมื่อเธอทราบข่าวว่ามีคนมารับบทแทนเธอแล้ว เธอใส่ชุดแคทวูแมนมาที่กองถ่าย และขอออดิชั่นอีกครั้ง และทำให้ผู้กำกับ Tim Burton ต้องไปหลบและซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งจริงๆแล้ว Sean Young ก็เหมาะกับบทบาท Catwoman ไม่น้อยไปกว่า Michelle Pfeiffer เลยจริงๆ

© Michael Schwartz / New York Post / Getty Images © Michael Schwartz / New York Post / Getty Images

– Kim Basinger และ Alec Baldwin ทำให้การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Marrying Man ต้องวุ่นวาย เนื่องจาก Baldwin เป็นคนขี้หงุดหงิดมากและ Kim ก็วีนหนักมาก เธอชอบออกคำสั่งกับช่างแต่งหน้า ไปจนถึงวิจารณ์บท และยังพยายามที่จะเปลี่ยนผู้กำกับ แต่มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ระหว่างการถ่ายทำพวกเขาพบกันและตกหลุมรักกัน และพวกเขาก็แต่งงานกันในอีก 3 ปีต่อมา

-ในเรื่อง Good Will Hunting ที่ Robin Williams และ Matt Damon นั่งและพูดคุยกันอยู่ในสวนสาธารณะที่ไม่มีผู้คน แต่ในความเป็นจริงในระหว่างการถ่ายทำมีแฟน ๆ ของ Robin Williams อยู่ที่นั่นประมาณ 3,000 คน หลังจากการจากไปของ Robin Williams ในปี 2014 ม้านั่งตัวนั้นที่พวกเขานั่งคุยกันในเรื่อง กลายเป็นอนุสรณ์สถาน: ผู้คนยังมาวางดอกไม้ที่ม้านั่งนั้นอยู่เสมอและผู้คนมักจะเขียนคำพูดที่น่าจดจำถึงเขาบนพื้นตรงนั้น

© Good Will Hunting / Miramax Films © BostonTweet / Twitter

-ผู้ร้ายในภาพยนตร์เรื่อง Beethoven ภาคแรกนั้น เป็นแพทย์ที่ทำการทดลองกับสัตว์ สมาคมสัตว์แพทย์จึงได้เขียนจดหมายคัดค้านให้กับผู้บริหารของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ผู้ชมก็ยังคงชอบภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะฉากของตัวผู้ร้ายนั้นตลกและดูพิลึกมาก

-นักแสดงหญิง Hilary Swank ใช้เวลาหนึ่งเดือนในการทำตัวเองให้ดูเหมือนผู้ชาย  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงภาพยนตร์ Boys Dont Cry เธอตัดผมและสวมเสื้อผ้าของสามีทุกวัน และเธอมัดผ้าเพื่อพันรอบอกของเธอ และนั่นทำให้เพื่อนบ้านถึงกับสับสนระหว่าง Hilary กับพี่ชายของเธอ

© Boys don’t cry / Fox Searchlight Pictures

-ตัวละครที่รับบทโดย Kathy Bates ในเรื่อง Misery ในหนังสือของ Stephen King  ซึ่งเป็นอดีตพยาบาลผู้ที่ทำร้ายผู้คน เธอจับนักเขียนเป็นตัวประกัน และตัวจริงของเธอร้ายไม่เท่ากับตัวละครในหนังสือของ Stephen King ยกตัวอย่างเช่น ตัวละครทำร้ายผู้ต้องขังและตำรวจ ในความเป็นจริงในตอนแรก ผู้สร้างภาพยนตร์ถ่ายทำฉากที่ Kathy Bates วิ่งไปที่ตำรวจพร้อมกับเครื่องตัดหญ้า แต่พวกเขาก็ต้องถอดมันออก  อย่างไรก็ตาม ตอนที่สร้างตัวละครนี้ Stephen King ได้รับแรงบันดาลใจจากคนจริงๆ คือ พยาบาลตัวจริงผู้ซึ่งถูกตัดสินโทษนาน 99 ปี

-Anthony Hopkins (The Silence of the Lambs) กับ Jim Carrey (Ace Ventura) เคยต้องเฝ้าดูสัตว์เพื่อเป็นการเลี่ยนแบบอารมณ์และการแสดงความรู้สึก สำหรับบทบาทของพวกเขา เราพบว่านักแสดงทั้งคู่ พวกเขาใช้วิธีการที่คล้ายกัน Anthony Hopkins ใช้สัตว์เลื้อยคลานเป็นแรงบันดาลใจ (เขาไม่ได้กระพริบตาเลยในบทตอนที่จองมองไปที่ตัวละครตัวอื่นๆ ในยามที่เค้าจะแสดงอำนาจ) ส่วน Jim Carrey ใช้นกเป็นแรงบันดาลใจในการแสดงออกที่ร่าเริง (การเดิน เสื้อสีสว่าง และการออกเสียงของเขา)

© The Silence of the Lambs / Orion Pictures Corporation © Ace Ventura: When Nature Calls / Morgan Creek Productions

-ใน The Green Mile มีฉากไม่กี่ฉากที่ Michael Duncan ร้องไห้จริง ๆ เขาใช้วัยเด็กของเขาโดยคิดถึงช่วงเวลาที่พ่อของเขาทิ้งเขาไป และน้ำตาก็ไหลฃออกมาเอง นอกจากนี้เขายังหยุดออกกำลังกายก่อนการถ่ายทำ (เพื่อไม่ให้ดูน่ากลัวเพราะตัวเขาใหญ่มาก)

-Michael Mann ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Heat  ได้จัดการประชุมระหว่างนักแสดงและตัวแทนจากอาชีพที่พวกนักแสดงต้องเล่นเป็นตัวละครนั้น ๆ  อยู่มาวันหนึ่งนักแสดงที่เล่นบทนักสืบกินอาหารค่ำกับนักสืบตัวจริง และนักแสดงที่เล่นบทตัวร้าย ก็กินอาหารกับคนเหล่านั้นจริงๆ ที่ปรึกษาสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับซึ่งช่วยสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับฉากแอ็คชั่น บรรยากาศของหนังเรื่องนี้สมจริงมาก นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ Christopher Nolan สร้างเมือง Gotham และหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้สร้างผลงานไตรภาคของ Batman ให้เราได้ชมกัน

© Screen Prod / Photononstop / East News

-นักแสดง Edward Norton ตัดสินใจที่จะแก้ไขตอนสุดท้ายของภาพนยตร์ American History X  ในช่วงเวลาที่ผู้อำนวยการสร้าง Tony Kaye อยู่ในประเทศอื่น แต่เมื่อเขารู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ภาพยนตร์ที่ถูกแก้ไขเรื่องนี้ นอกจากนี้ Tony Kaye ยังข้องใจกับการกระทำของสตูดิโอ ที่ ต้องการเปลี่ยนชื่อของเขาในเครดิตเป็น “ ภาพยนตร์ Humpty Dumpty” โดยเขายังยื่นฟ้องเรียกเงินมากถึง 200 ล้านดอลลาร์เพื่อรับลิขสิทธิ์คืนในการตัดต่อขั้นสุดท้าย

-ใน Interview With the Vampire เหล่านักแสดงที่แสดงเป็นแวมไพร์ต้องหัวห้อยลงมาในขณะที่ทำการแต่งหน้าเพื่อจะได้วางแนวของเส้นเลือดได้อย่างสมจริง – ด้วยวิธีนี้ช่างแต่งหน้าจึงประสบความสำเร็จในลุคที่สมจริงมากขึ้น  Brad Pitt เป็นคนที่ลำบากที่สุด จากการแต่งหน้า และสวมคอนแทคเลนส์ ถึงขนาดที่ทำให้เขาต้องการขอออกจากโปรเจ็คนี้ แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเขารู้ว่าเขาต้องจ่ายค่าปรับเท่าไร

© Interview with the Vampire: The Vampire Chronicles / Geffen Pictures

-ผู้สร้าง The Mask ประหยัดเงินที่ใช้ทำเทคนิคพิเศษได้มากมายเนื่องจากการเลียนแบบที่เหลือเชื่อของ Jim Carrey นักแสดงผู้นี้แสดงได้อย่างแนบเนียนในบทพูดกับฟันปลอมและนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจมากเพราะฟันนั้นควรจะถูกนำมาใช้แค่ประกอบฉากเท่านั้น

-Michael Jackson ร้องเพลง It Is Scary ซึ่งในตอนแรกมันต้องถูกใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Addams Family Values ซึ่งเป็นหนังสั้นแนวสยองขวัญที่ถ่ายทำตามเนื้อหาของเพลง ที่เป็นเรื่องราวของคนในพื้นที่กับเด็กที่เข้ามายังแมนชั่นของครอบครัว Addams พร้อมไฟฉายและคราด แม้มีการกล่าวหา Michael Jackson เกี่ยวกับพฤติกรรมที่น่ากลัวของเขา แต่เด็ก ๆ กลับชอบเขา และอยากอยู่ที่แมนชั่นนั้น แต่เพลงนี้ก็ไม่ได้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ เพราะถือเป็นการกล่าวหาต่อผู้ขับร้อง แต่เพลงนี้ก็ยังสามารถไปใช้ในงานโปรโมทหนังได้เป็นอย่างดี

© Michael Jakson / Epic

-สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Twelve Monkeys นักแสดง Brad Pitt ต้องเปลี่ยนจากคนที่สงบและเรียบร้อยให้เป็นคนแปลกๆขี้หงุดหงิดและพูดมาก เพื่อที่จะทำให้การพูดของเขาก็ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้กำกับห้ามเขาทำสิ่งต่างๆ และเขาเองก็ไปโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อศึกษาอาการนี้ จนทำการแสดงออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ

© Twelve Monkeys / Universal Pictures

-ในภาพยนตร์เรื่อง Contact ตัวละครที่รับบทโดย Jodie Foster ทำงานที่ศูนย์ดาราศาสตร์ซึ่งเธอได้รับสัญญาณจากอารยธรรมต่างดาว สถานที่แห่งนี้มีอยู่จริง – หอดูดาวอะเรซิโบในเปอร์โตริโก ในปี 1974 สถานีส่งสัญญาณวิทยุพร้อมข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดเกี่ยวกับมนุษย์ ข้อความถูกสร้างขึ้นด้วยความหวังว่ามันจะได้รับและถอดรหัสโดยมนุษย์ต่างดาว

-นักแสดงหญิง Linda Hamilton ในภาคแรกของ The Terminator ต้องเล่นเป็นหญิงสาวที่อ่อนแอเพราะกลัวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ใน Terminator 2: Judgement Day ตัวละคร Sarah Connor ต้องทำลายประตู ของความกลัวจากหุ่น T-1000 และต้องเข็มแข็งขึ้น เพื่อทำให้การแสดงดูสมจริง Linda ได้ใช้เวลาฝึกอบรม 100 วันตามโครงการ Navy Seal โดยเธอต้องเข้าอบรมหลังจากที่เธอเพิ่งคลอดบุตรได้แค่ 2 สัปดาห์

© The Terminator / Valhalla Entertainment © Terminator 2: Judgment Day / Valhalla Entertainment

-เพื่อโปรโมทภาพยนตร์ ทีมการตลาดของภาพยนตร์เรื่อง Gattaca โพสต์โฆษณาปลอมในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่มีสโลแกน “สั่งทำเด็ก ๆ ” โฆษณานี้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับบริษัทที่สามารถดัดแปลงพันธุกรรมของตัวอ่อนได้ น่าประหลาดใจที่มีคนหลายพันคนโทรศัพท์ไปตามหมายเลขบนโฆษณาจริงๆ

-ระหว่างการถ่ายทำเรื่อง Mummy, นักแสดง Brendan Fraser ประหลาดใจกับความแปลกของผู้กำกับที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้  ในระหว่างฉากต่อสู้นักแสดงต่อสู้จนหมดสติไปจริงๆ และเมื่อเขาตื่นขึ้นทุกคนยังคงถ่ายทำกันต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

-ในปี 1990  Kevin Costner ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Dances with Wolves ที่มีความยาวถึง 3 ชั่วโมง  มันเป็นเรื่องของชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกัน โดยมีฉากที่เป็นป่าของอเมริกาในศตวรรษที่ 19 , Costner ต้องการม้า 300 ตัว ควาย 3,500 ตัว และกองทัพของชนพื้นเมืองอเมริกันและหมาป่า 2 อีกตัว นักแสดงต้องเรียนรู้ประเพณีชาวอเมริกันพื้นเมืองรวมทั้งภาษาโดยผู้หญิงจาก Lakota และนั้นทำให้ Kevin Costner กลายเป็นสมาชิกพิเศษของชาว  Sioux อีกคน

© Dances with Wolves / Tig Productions

คุณเคยคิดบ้างไหมว่าในบางครั้งนักแสดงและผู้กำกับต้องพยายามสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินความคาดหมายเพื่อความสุขของคนดูอย่างเรา

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW

Facebook Comments

comments