คู่มือการเลือกอาหารอร่อยในซูเปอร์มาร์เก็ต

349

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คนจำนวนมากเริ่มหันมาดูแลเลือกซื้ออาหารด้วยตนเอง และสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่มีในตอนเริ่มซื้ออาหารมาทำเองนั้นก็คือวิธีในการสังเกตว่า อาหารหรือ ผลไม้แบบไหนคืออร่อยและดี ซึ่งเคล็ดลับนี้มันสามารถบอกได้ใกล้เคียงเลยที่เดียวอย่างเช่น ถ้าจะเลือกแตงโมหวานควรจะเป็นแตงโมที่แก่ดังนั้นควรเลือกที่มีก้านสีน้ำตาลติดอยู่ที่ขั้ว และคุณจะได้ไก่สดโดยตรวจสอบวันที่บนบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าคุณคิดว่ากระเป๋าช้อปปิ้งของคุณเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์สดใหม่บางทีคุณอาจไม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด นอกจากนี้สีสันรูปร่างของผักผลไม้สามารถสร้างความแตกต่างในรสชาติอาหารของเราได้

พวกเราได้รวบรวมอาหารเพื่อสุขภาพ 12 รายการ และหาเทคนิคในการเลือกวัตถุดิบสำหรับเมนูที่สดใหม่
1. ขนมปัง

• สำหรับคนที่ชอบเตรียมอาหารง่ายไม่ยุ่งยากแลเะอยู่ท้อง ขนมปังเป็นทางเลือกที่ดีเลยตำหรับความต้องการของคุณ และเราขอแนะนำเพิ่มว่าคุณควรอ่านฉลากชองส่วนผลม เพราะหากมีส่วนผสม “แป้งโฮลวีต” มันเป็นทางเลือกที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะแป้งโฮลวีตนี้มีไฟเบอร์และวิตามินมากกว่าแป้งฟอกขาว แถมท้ายยังให้พลังงานได้ดีอีกด้วย
• ทดลองกดบนขนมปังเบา ๆ ถ้าผิวมันกลับมาเป็นรูปแบบดั้งเดิม (ต้องคืนตัวกลับหลังจากเราปล่อยนิ้วประมาณว่าไม่ยุบตามรอยนิ้วลงไป) นั้นแสดงว่าเป็นขนมปังของคุณยังสดใหม่อยู่เพราะเส้นใยภายในยังฟูนุ่มและไม่ชื้น หากลอยนิ้วของคุณยังคงอยู่ลึกบนขนมปังอาจเป็นสัญญาณมันเคยถูกแช่ตู้เย็นมาก่อน
2. ไก่

• เราต้องสังเกตสี ที่หนังควรจะสีซีดกว่าเนื้อ หากหนังของไก่มีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อนให้วางมันไว้ที่เดิมแล้วไปเลือกชิ้นอื่นๆ ได้เลยเพราะนั้นแสดงว่ามันไม่สด
• เนื้อจะต้องแน่น, สีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อน, นอกจากนี้สังเกตขอบของชิ้นส่วนไก่ต่างๆ เช่นกัน หากดูแห้งก็อย่าเลือก
• อย่าตรวจสอบวันหมดอายุตรวจสอบวันที่บรรจุภัณฑ์แทน หากอยู่ในภาชนะบรรจุนานกว่า 2 วันไม่ควรซื้อ
3. แตงโม

• ดูที่โคนหาง หากมีสีน้ำตาลแสดงว่าสุกและพร้อมรับประทาน
• สังเกตพื้นที่สีเหลืองที่แตงโมหากมีเยอะและเข้มก็จะเป็นแตงโมหวาน
• ใช้เคาะเบาๆ หากเสียงดังก้องก็แสดงว่าผลไม้ยังไม่สุก หากเสียงนั้นทื่อแล้วแตงโมจะอยู่ในสภาพที่พร้อมกิน

4. มะเขือเทศ

• หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อมะเขือเทศที่แบ่งขายในภาดโฟมหรือพลาสติกที่มีการแร็ปผิดไว้ เพราะคุณจะไม่สามารถตรวจสอบว่าพวกมันสดหรือไม่ และอาจมีผลที่สุกแตกต่างกันได้
• ผิวควรเรียบและเต่งตึง และรู้สึกถึงน้ำหนักที่สม่ำเสมอ เนื่องจากมะเขือเทศสุกจะหนักเพราะน้ำที่อยู่ในตัวมัน
• ดมกลิ่น หากไม่มีกลิ่นแสดงว่ายังไม่สุกเต็มที่ เพราะมะเขือเทศจะต้องมีกลิ่นเมื่อมันสุก
5. เมลอน

• เปลือกของเมลอนหวานไม่ควรเป็นสีเขียวเกินไป หากมีโทนสีเหลืองแสดงว่าแตง นั้นถูกเก็บในเวลาที่พอสมควร เนื่องจากผลที่ต้องอยู่บนพื้นดินที่ได้รับแสงแดดดังนั้นมันจะหวานขึ้นกว่าแบบเขียว
• ว่างแตงลงและแตะที่ด้านข้างเบา ๆ  ถ้ามันสั่นแสดงว่ามันสุก
• ถ้าคุณได้ยินเสียงน้ำอยู่ข้างในนั้นหมายความว่ามันสุกเกินไปและเริ่มคายน้ำออก
• กดที่จุกทั้งสองด้านของเมลอน ถ้าพวกมันนิ่มจะหวาน

6.พริกหวาน
• พริกหวานควรมีสีเข้มที่ไม่มีคราบช้ำ
• จากนั้นคุณต้องดูด้านล่าง หากมีปุ่ม 2 หรือ 3 อันจะมีความขมมากกว่า หากมีปุ่ม 4 อันแสดงว่ามีเมล็ดน้อย จะช่วยให้สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้ง่ายขึ้น
• ตรวจสอบก้าน หากเป็นสีเขียวแน่นและกรอบเป็นสัญญาณของความสดใหม่
7. ปลา

• ก่อนอื่นให้ดูที่ปลาตา ตรวจสอบดูว่าตายื่นออกมาหรือไม่ และรูม่านตานั้นมีสีดำเป็นประกาย
• ผิวควรมีความสว่างและอ่อนนุ่มน่าสัมผัส หากคุณรู้สึกว่าผิวเหนียวหรือแข็งทื่อแสดงว่าไม่สด
• โปรดทราบว่าเนื้อต้องแน่นและใส ผิวยืดหยุ่นและเรียบเนียน หากคุณบีบเนื้อปลาไม่ควรมีรอยนิ้วปรากฏเลย

8. บวบ

• มุ่งเน้นไปที่ขนาดเนื่องจากนี่เป็นสิ่งสำคัญต่อรสชาติ ยิ่งบวบใหญ่ ยิ่งมีโอกาสขมมากเท่านั้น ดังนั้นควรเลือกขนาดกลางระหว่าง 15 ถึง 20 เซนติเมตร เพราะพวกมันจะมีเมล็ดน้อยกว่า และจะมีเนื้อที่อร่อยมากกว่า
• จากนั้นคุณสามารถตรวจสอบลำต้น หากบวบยังมีก้านที่จุก ก้านสดควรเป็นสีเขียว
9. กล้วย

• ตรวจสอบขั่วของพวง เลือกพวงที่มีขั่วสีเขียวไปจนถึงสีเหลืองอ่อน หากลำต้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และมีจุดสีดำจำนวนมากก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าหวีนั้นสุขเต็มที่
• กล้วยจะอยู่นานขึ้น หากเก็บไว้ในหวี อย่าเลือกกล้วยที่แบ่งไว้ เว้นแต่คุณจะกินมันทันที

10. น้ำผึ้ง

• น้ำผึ้งใสๆโปร่งแสงไม่ได้หมายความว่าดีกว่า เพราะความเข้มของสีอาจแตกต่างกัน แต่ถ้าน้ำผึ้งมีความทึบแสงนั่นหมายความว่ามันเป็นธรรมชาติมากกว่า และผ่านขั้นตอนการผลิตดัดแปลงน้อยกว่าดังนั้นจึงคงความเป็นธรรมชาติมากกว่า
– น้ำผึ้งสดสามารถตกผลึกได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิลดลง เนื่องจากน้ำผึ้งเป็นสารละลายที่มีความอิ่มตัวสูงในน้ำตาล ดังนั้นเมื่ออุณหภูมิลดลงความสามารถในการละลายในน้ำจะน้อย จนกลายเป็นผลึกแข็ง อย่างไรก็ตามถ้าขวดน้ำผึ้งมีชั้นที่ด้านล่างมันเป็นสัญญาณของความสดใหม่
11. ผักกาดหอม

• ให้เลือกต้นที่ไม่มีขอบสีน้ำตาลเพราะนั้นเป็นสัญญาณบอกว่ามันช้ำและจะเก็บได้อีกไม่นาน
• สีของมันควรเป็นสีอ่อนหรือสีเขียวเข้มและสว่างมาก หากสีเขียวเข้มและแผ่นด้านนอกหลุดออกให้หลีกเลี่ยง
12. อาหารกระป๋อง

• เราต้องแน่ใจว่าแพ็คเกจนั้นปิดสนิทและใส่ใจกับความสมบูรณ์ของตัวกระป๋อง อย่าเลือกกระป๋องที่เป็นสนิมเพราะอาจเป็นอันตรายได้
• ในกรณีของอาหารกระป๋องเราไม่สามารถตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ด้วยประสาทสัมผัสของเรา ดังนั้นเราต้องตรวจสอบฉลากอย่างระมัดระวัง ระดับของเครื่องปรุงรสเช่น เกลือและน้ำตาลไม่สูงเกินไป ควรซื้ออาหารกระป๋องที่มีน้ำหรือน้ำผลไม้ที่มีสารกันบูดน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
13. ชีส

• ชีสชิ้นหนึ่งที่มีขอบแข็งบ่งบอกว่ามันไม่สด เนื่องจากชีสที่ดีต้องมีความชื้นและอยู่ในสภาพที่ดี ดังนั้นขอบแข็งของมันบ่งบอกว่ามันถูกตัดมานานแค่ไหน
• คราบน้ำมันด้านบนแสดงให้เห็นว่าชีสมีการสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ดังนั้นจึงได้ปล่อยน้ำมันออกมา

คุณเคยนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตจริงหรือไม่? นอกจากนี้คุณมีคำแนะนำอื่น ๆ ที่คุณต้องการแบ่งปันกับเราเพื่อทำให้คู่มือนี้ให้สมบูรณ์

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW

Facebook Comments

comments