อาหารเพื่อสุขภาพ 8 อย่างที่เราไม่ควรทานเกินขนาด

153

นับตั้งแต่อาหารเมดิเตอร์เรเนียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผู้คนก็เริ่มตระหนักว่าอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพมากแค่ไหน ทำให้ผู้คนหันมาสนใจทานอาหารประเภทนี้มากขึ้น จนบางครั้งก็เรียกได้ว่าขาดสมดุลในการกินอาหารกันเลยทีเดียว

วันนี้พวกเราได้ตรวจสอบสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณทานอาหารเพื่อสุขภาพมากเกินไป

1. แครอท

© depositphotos.com © depositphotos.com

แครอทเต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และมันจะไม่ได้ทำให้คุณรับวิตามินเอมากเกินไป เพราะร่างกายของคุณจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น น่าเสียดายที่เบต้าแคโรทีนที่มีปริมาณมากเกินไปในร่างกายของคุณอาจทำให้เกิดแคโรทีเมียซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผิวของคุณเป็นสีเหลือง โรคนี้จะค่อยๆ หายไปเมื่อมีการเปลี่ยนแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอตามกระบวนการที่กล่าวข้างต้นและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ

2.ชาหมักคอมบูชา
© shutterstock.com

เครื่องดื่มจีนที่พิชิตนักกินมานับพันปี มาพร้อมกับประโยชน์ของทางเดินอาหารและมีการกล่าวอ้างว่าสามารถการเพิ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ อย่างไรก็ตามมันยังมีสารประกอบที่เรียกว่า FODMAP ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการหมักยีสต์ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและเกิดปัญหาในการย่อยอาหารได้

3. น้ำ

ปริมาณน้ำในร่างกายที่มากเกินไปสร้างความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ได้ โดยทำให้ระดับโซเดียมลดต่ำลงจนไตของคุณไม่สามารถจัดการได้อีกต่อไป ผลกระทบที่ตามมาอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้เกิดการสะสมน้ำในสมองซึ่งทำให้สมองบวมและเพิ่มความดันเนื่องจากกะโหลกศีรษะมนุษย์ไม่สามารถขยายตัวได้ แม้ว่าจะพบได้น้อยมาก แต่ทั้งสองกรณีพบได้ในนักกีฬาที่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายหลังการฝึกซ้อมที่ยาวนานหรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต

4. อะโวคาโด

© depositphotos.com © shutterstock.com © shutterstock.com

อะโวคาโดมีเส้นใยอาหารและวิตามินมากมาย นอกจากนี้ยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และรักษาสภาพเซลล์ของคุณเนื่องจากมันมีไขมันอิ่มตัวสูง แต่ไขมันก็ยังคงมีไขมันอยู่ อะโวคาโดลูกเดียวมี 240 แคลอรี่ซึ่งประมาณ 10% -20% ของการบริโภคแคลอรี่ในอุดมคติและการบริโภคแคลอรี่มากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาหลอดเลือดอุดตัน เราควรรับประทานอะโวคาโดประมาณครึ่งหรือหนึ่งผลต่อวันถ้ากินสด (ไม่ใช่อะโวคาโดที่ผ่านความร้อนแล้วอย่างการนำไปทำเป็นแผ่นทอด)

5. บีทรูท

© depositphotos.com © depositphotos.com

บีทรูทเป็นแหล่งวิตามินและเกลือแร่ที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีไนตริกออกไซด์มากมายที่ร่างกายของคุณแปลงเป็นไนเตรตซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตของคุณ จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีนซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์ ซึ่งหมายความว่ามันสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการผสมบีทรูทและเนื้อแดงในปริมาณสูง

6. สาหร่าย

© depositphotos.com

สาหร่ายเป็นตัวอย่างที่หายากของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สัตว์ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ซึ่งถือเป็นสิ่งทดแทนที่ดีสำหรับเนื้อสัตว์ในอาหารมังสวิรัติ มันยังได้รับการเลื่อนขั้นเป็น superfood ที่สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักเนื่องจากมีไอโอดีนและอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร แต่การบริโภคไอโอดีนที่สูงอาจนำไปสู่ปัญหาต่อมไทรอยด์และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น สาหร่ายอาจมีโลหะหนักจำนวนมากขึ้นอยู่กับที่ที่มันเติบโต

7. ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

© shutterstock.com

อาหารจากถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายรวมถึงวิตามินบี เส้นใยอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และโปรตีนคุณภาพสูง ถั่วเหลืองถือว่าเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนที่จำเป็น 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้ แต่เนื่องจากปัญหาต่อมไทรอยด์จะต้องระวังการบริโภคถั่วเหลือง เนื่องจากมันอาจรบกวนการใช้ยาฮอร์โมนที่ใช้รักษาภาวะขาดไทรอยด์ในผู้ป่วยหญิง แม้ว่าการศึกษาจะไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็คุ้มค่าที่จะเฝ้าสังเกตอย่างรอบคอบ

8. เมล็ดเชีย

© shutterstock.com © shutterstock.com

แม้ว่าเมล็ดเชียจะถูกกล่าวว่าเป็น superfood เนื่องจากมีปริมาณของโอเมก้า 3 ที่สูง แต่ยังไม่พบหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของพวกมัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในเมล็ดเชียนั้นดูดซึมได้ยากกว่าโอเมก้า 3 จากปลาแซลมอน ดังนั้นแม้จะมีปริมาณสูงกว่า คุณจะต้องกินเมล็ดเชียประมาณ 100 กรัมเพื่อดูดซึมได้มากเท่ากับปลา แต่ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือเมล็ดเชีย 100 กรัมมีแคลอรี่ประมาณ 500 แคลอรี่ ซึ่งเท่ากับแฮมเบอร์เกอร์

คุณคิดว่าเป็นการดีหรือไม่ที่คุณจะกินอาหารในปริมาณมาก? ทำไมคุณถึงคิดว่าผู้คนเน้นการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากเกินไปหรือไม่ แจ้งให้เราทราบในเพจของเรา

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW

Facebook Comments

comments