23 คนที่เล่าเคล็ดลับทางจิตวิทยา ที่ช่วยพวกเขาได้มาหลายครั้งหลายคราว

89

จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ Benjamin Libet ในด้านของจิตสำนึกของมนุษย์วิจัยไว้ว่าเสรีภาพในการเลือกจึงเป็นเพียงภาพลวงตาที่สมองมนุษย์สร้างขึ้น ผู้ใช้ Reddit ก็พบปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาอื่นๆ ที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ

พวกเราได้อ่านความคิดเห็นของผู้ใช้และต้องการแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดกับคุณ

-หากคุณกำลังพูดคุยกับใครบางคนอย่างตั้งใจและคุณยื่นบางสิ่งให้พวกเขาบ่อยๆ พวกเขาจะรับ ไม่สำคัญว่าจะเป็นหนังสือ ปากกา หรือผลส้ม ไม่รู้เลยว่าปรากฏการณ์นี้เรียกว่าอะไร หรือมันเป็นเรื่องทางจิตวิทยา แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเล่นซุกซน © Lasteclipse

-ฉันทำสิ่งตรงกันข้าม แฟนของฉันอาจไม่ยอมแบ่งคุกกี้ให้ฉัน  แต่ถ้าเขาเข้าสู่การสนทนาที่ร้อนแรงกับคนอื่น ฉันสามารถเอาคุกกี้ออกจากมือของเขาได้ง่ายๆและกินต่อหน้าเขาและเมื่อการสนทนาของเขาจบลง เขาอาจไม่รู้เลยว่าคุกกี้ของเขาหายไปไหน และมันได้ผลกับทุกคนหากพวกเขากำลังถูกรบกวนด้วยการสนทนา © sincerelystan

-หากใครมีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง ให้เริ่มหายใจเข้า หายใจออกแรงๆ และมีเสียงหายใจ แม้ว่าจะดูชัดเจน แต่คนอื่นอาจกำลังตื่นตระหนกและไม่ทันสังเกตแต่พวกเขาจะเริ่มหายใจในจังหวะเดียวกับคุณ มันเป็นสิ่งที่พยาบาลทำกับเหล่าผู้ป่วย © hell00zz

-หากคุณจำเป็นต้องจำบางสิ่ง ให้คิดเรื่องที่คุณทำสิ่งที่ไม่ปกติเกี่ยวกับมัน มันจะช่วยเก็บความทรงจำนั้นไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าฉันต้องการนำขยะออกไปทิ้งก่อนที่จะเข้านอน ฉันจะวางหมอนไว้บนพื้นไม่ไว้บนเตียง © Being_grateful

-ในขณะที่พูดคุยกับใครสักคน จงจ้องที่หน้าผากของเขา ระหว่างและเหนือดวงตาเล็กน้อย มันทำให้พวกเขาหลุด และพวกเขาจะโกหกหรือโน้มน้าวคุณลำบากขึ้น มีคำศัพท์สำหรับชั้นเชิงนี้ แต่ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะหา © King_Kongs_Left_Nut

-ความไร้เหตุผลของมนุษย์เมื่อพูดถึงการตัดสินใจขั้นพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น ลองคิดว่าคุณต้องการซื้อกางเกงยีนส์ดีๆ สักตัว คุณจึงไปที่ร้านเพื่อเลือกซื้อกางเกงตัวที่ชอบ และราคา 1800 บาท ก่อนที่คุณจะซื้อคุณเช็คข้อมูลและพบว่ามีร้านอื่นที่ห่างออกไปจากตรงนี้ 15 นาที ที่นั่นมียีนส์แบบเดียวกันในราคา 600 บาท คุณจะทำให้ขับไปและไปซื้อตัวที่ถูกกว่าหรือไม่ คนส่วนใหญ่บอกว่าไป  ตอนนี้ลองจินตนาการดูว่าคุณเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งและกำลังจะไปร้านค้าเพื่อซื่อตู้เย็นดีๆ ซักเครื่อง แล้วคุณเจอกับตู้เย็นที่คุณชอบในราคา 73,200 บาท ก่อนที่คุณจะซื้อ คุณเจอตู้เย็นอันเดียวกันในราคา 72,000 บาท ในอีกร้านที่ห่างไป 15 นาที สมมติว่าคุณไม่สามารถต่อราคาให้เท่ากันได้ คุณจะขับรถไปเพื่อซื้ออันที่ถูกกว่าไหม จากการสำรวจคนส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะทำอย่างนั้น แม้ว่ามันจะประหยัดขึ้น คนส่วนใหญ่รู้ถึงความแตกต่างของราคา แต่มองว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมที่สมเหตุสมผล พฤติกรรมที่มีเหตุมีผลนั้นจะทำให้คิดว่ามันไม่ได้แตกต่างกันมากนักแม้ว่าจะประหยัดไปได้ถึง 1200 บาท ในราคาที่เท่ากับความแตกต่างของกางเกงยีนส์ © fgoldsendbitcoin

-บางครั้งความรู้สึกผิดก็สามารถถูกชะล้างออกไปได้ การล้างมือหรืออาบน้ำอาจทำให้ผู้คนรู้สึกผิดน้อยลง การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการดูคนอื่นล้างมือยังลดความรู้สึกผิดของคนที่ดูได้ © webhead19

-กฎของ Murphy ระบุว่าวิธีที่ดีที่สุดในการได้คำตอบจากทางอินเทอร์เน็ตคือไม่ต้องถาม เมื่อคุณโพสต์คำตอบที่ผิดเอาไว้ จะมีคนอื่นมาแก้ให้คุณ © explodingpineapple64

-ในคาบวิชาจิตวิทยาของเราได้ทำการทดลองซ้ำ โดยครึ่งหนึ่งของนักเรียนเรียนคาบดินสอเอาไว้ระหว่างฟัน และอีกครึ่งหนึ่งของนักเรียนวางดินสอบนริมฝีปากบน จากนั้นเราให้คะแนนความตลกขบขันโดยจินตนาการว่าเป็นการ์ตูน  ปรากฎว่าการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการยิ้ม (ดินสอระหว่างฟัน) ทำให้การ์ตูน(ที่จินตนาการ)มีความสนุกกว่าการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าบึ้ง (ดินสอวางบนริมฝีปากบน) ดังนั้น การเลือกที่จะยิ้มหรือทำหน้าบึ้งสามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคุณได้ © Tinfed47

-หากใครบางคนที่น่ารำคาญอยู่ใกล้ๆโต๊ะทำงานของคุณ และพวกเขาไม่รู้สึกว่าเราบอกใบ้ให้พวกเขาออกไป ให้พิมพ์บางสิ่ง และขอให้พวกเขาติดตามคุณในขณะที่คุณหยิบมันออกจากเครื่องพิมพ์ แล้วเดินกลับไปโต๊ะของเขาแทน กลับไปที่คุณ พวกเขามักจะนั่งลงโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นโดยคิดว่าพวกเขาเลือกที่จะเดินกลับไปเอง © CouleursCPA

-เมื่อพูดคุยกับใครสักคน หลังจากที่พวกเขาพูดจบ ถามพวกเขาอย่างน้อยหนึ่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่คุณจะพูดถึงเรื่องราวของคุณเอง มันแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังฟังและสนใจพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขามีความสำคัญ © newspapey

-ฉันทำงานที่ค่ายพักแรมและเด็กๆเหล่านี้อายุประมาณ 3-4 ขวบ บางครั้งพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บที่นิ้ว และแม้จะไม่มีเลือดออกแต่พวกเขาก็ร้องไห้เหมือนโลกจะแตก ฉันถามพวกเขาว่า “คุณต้องการพลาสเตอร์ยาปิดแผลไหม” และพาพวกเขาไปหาพยาบาล แม้ว่าจะไม่มีบาดแผลฉันก็ให้พลาสเตอร์ยาแก่เขา และถามพวกเขาว่าพวกเขารู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม และพวกเขาจะยิ้มและบอกว่ามันไม่เจ็บแล้ว ฉันทำมาหลายครั้งแล้วและใช้ได้ผลทุกครั้ง © desireeevergreen

-หากมีใครกำลังกรนและคุณกำลังพยายามนอนหลับ แต่ไม่ต้องการปลุกพวกเขา ให้เคาะโต๊ะหรือตู้เสื้อผ้าที่ทำด้วยไม้ ฉันเดาว่าสมองของพวกเขา “หลับ” พวกเขาคิดว่ามีคนเคาะประตูและพวกเขาจะหยุดกรนเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที ฉันทำแบบนี้อย่างน้อย 4 ครั้งต่อคืนเมื่อฉันอยู่ที่บ้านยาย © Shawzok

-ฉันเคยอ่านทริคดีๆ อันหนึ่ง ที่พูดถึง การออกเดทในสวนสนุกที่มีการเล่นรถไฟเหาะ และถ้าคู่เดทของคุณชอบคุณ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องจากการนั่งถไฟเหาะ จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความปั่นป่วนจากความรู้สึกชอบ ซึ่งจะทำให้คู่เดทของคุณชอบคุณมากขึ้น แต่ก็ควรระวังเหมือนกัน เพราะถ้าคู่เดทของคุณไม่ได้ชอบคุณ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องอาจจะถูกเข้าใจผิดเป็นความรู้สึกรังเกียจและนึกไม่ชอบคุณขึ้นมาจริงๆเลยก็เป็นได้ © tentativetitle

-เมื่อคุณขอบคุณคนที่ทำในสิ่งที่คุณต้องการ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำก็ตาม พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมดังกล่าว ตัวอย่างเช่น การศึกษาในห้องเรียนอนุบาล มีเด็ก 3 กลุ่ม ในกลุ่มที่ 1 ได้รับคำสั่งให้ช่วยทำความสะอาดสิ่งที่รกรุงรังของพวกเขาทำ ห้องนั้นก็ยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก และมันก็ต้องเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยเอง ในกลุ่ม 2 ไม่ได้พูดอะไร และเด็กๆ ในกลุ่ม 3 ได้รับคำขอบคุณสำหรับความดีที่พวกเขาเก็บห้องให้ ในช่วงหนึ่งสัปดาห์เด็กๆ ในกลุ่มที่ 3 รักษาห้องไว้มากกว่าเด็กๆในกลุ่มอื่นๆ © responsibleyreckless

-หากมีคนพยายามที่จะทำให้คุณต้องตัดสินใจในบางสิ่งในขณะที่เร่งรีบ พวกเขาอาจจะให้ข้อเสนอที่ไม่ดี เราควรเดินจากเขาไป © Marise20

-ผมเป็นชายวัยกลางคนที่มีงานที่ไม่ต้องพบปะลูกค้า ดังนั้นผมก็มักจะแต่งตัวสบายๆ และผมมักจะมีเหตุลที่จะใส่สูทผูกเนคไทแค่ปีละสองครั้ง แต่ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ผมเพิ่งออกจากงานที่เป็นพิธีการและกำลังกลับบ้าน แต่ก่อนหน้านั้นผมแวะที่ร้านค้าก่อน แล้วพูดคุยกับพนักงานเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง (อาจจะเป็นการถามถึงที่ตั้งของอะไรบางอย่าง หรืออะไรประมาณนั้น) และผมสังเกตว่าเธอมีพฤติกรรมแปลกๆ อย่างเช่นการพูดกับผมอย่างจริงจังมาก คุยนาน จ้องตาเขม็ง และพูดคำว่า ‘ท่าน’ และอีกหลายอย่าง ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง มันเหมือนกับเธอกำลังปฏิบัติตัวต่อราวกับผมเป็นที่มีความสำคัญมากๆ สุดท้ายผมก็รู้สึกว่าเป็นเพราะผมใส่สูทผูกเนคไท ตั้งแต่นั้นมาผมก็มักจะใส่สูทผูกเนคไทแบบนั้นเป็นครั้งคราว เพื่อที่จะทดลองสมมติฐานของผม โดยเข้าไปในร้านค้า ร้านอาหาร และที่ต่างๆ และทำให้ผมมั่นใจว่า  เกือบทุกครั้ง ผมจะรู้สึกได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับผมมากกว่าเวลาที่ผมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ © framptal_tromwibbler

-การรับรู้ที่ไม่ขัดแย้งกัน ถ้าการกระทำไม่สอดคล้องกับความคิด ความเชื่อ ความคาดหวัง ฯลฯ บางอย่างจะเกิดขึ้น และอาจจะเป็นการกระทำของเราที่เปลี่ยนไปหรือความคิดของเราที่เปลี่ยนไป เคยได้ยินเกี่ยวกับกฏของการดึงดูดไหม มันก็เป็นลักษณะประมาณนั้น กฏของการดึงดูดอ้างว่า ถ้าคุณต้องการบางอย่าง คุณแค่แกล้งทำเป็นว่าคุณมีมันอยู่แล้ว จินตนาการถึงมันและใช้ชีวิตราวกับว่าคุณมีมันอยู่แล้ว ถ้าอยากลดน้ำหนัก ก็ลองคิดถึงน้ำหนักที่คุณต้องการทุกคืน สำหรับฉันที่เป็นคนขี้อายมาก แต่อยากจะเป็นคนที่พูดเก่งและมีเพื่อนเยอะ ฉันก็บอกกับตัวเองว่า “ฉันไม่ใช่คนขี้อาย ใครๆก็รักฉัน และฉันก็มีเพื่อนเยอะแยะ” ความคิดของฉันไม่ได้สอดคล้องกับการกระทำ (ฉันก็ยังคงไม่พูดกับคนอื่น) แต่ในท้ายที่สุด บางอย่างเกิดขึ้น และฉันเริ่มที่จะทำตัวแบบที่ฉันคิด กฏของการดึงดูดไม่ได้เป็นทฤษฎีที่มีการพิสูจน์ชัดเจน แต่บางอย่างมันก็น่าลองทำ © 4215265

-The Chameleon Effect – “การเลียนแบบสิ่งที่เป็นจิตไร้สำนึกที่ไม่ได้ตั้งใจทำของท่าทาง, นิสัย, การแสดงออกทางสีหน้าและพฤติกรรมอื่นๆ ของคู่ เช่นคนมีพฤติกรรมที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ตั้งใจเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางสังคมในปัจจุบันของคนๆ นั้น” เคยสังเกตเห็นไหมว่าถ้าคุณเกาจมูกหรือเท้าสะเอวเมื่อคุยกับใครสักคน พวกเขาก็จะเกาจมูกหรือเท้าสะเอวด้วย? Chameleon effect © General_Shou

-หากคุณอยู่ในงานปาร์ตี้ที่บ้านถือน้ำแก้วหนึ่ง อย่าถือไว้ในที่สูงและใกล้กับหน้าอกของคุณ แต่ให้ถือมันไว้ต่ำกว่าสะโพกของคุณ ผู้เชี่ยวชาญทางภาษากายแนะนำว่านี้ทำให้เห็นความมั่นใจและการเปิดกว้าง ทำให้ผู้อื่นรู้สึกยินดีที่จะคุยกับคุณมากขึ้น © QuestioningAccount1

-The Pavlov Theory เป็นเรื่องน่าทึ่งยิ่งกว่าที่คิด ทำให้เกิดผลกับจิตใจหรือร่างกายตนเอง  อย่างเช่น ดมกลิ่นวานิลลาเตือนให้คุณนึกถึงใครบางคน หรือว่าเพลงๆหนึ่งช่วยให้คุณจดจำสิ่งที่คุณเรียนรู้ขณะฟังเพลง พวกเขาบอกว่าถ้าคุณเคี้ยวหมากฝรั่งในขณะที่เรียนเพื่อสอบและคุณเคี้ยวหมากฝรั่งรสชาติเดียวกันในขณะที่สอบจะช่วยได้ คุณจดจำได้ดีขึ้นเพราะสมองของคุณถูกกำหนดให้เชื่อมโยงรสชาติและเคี้ยวด้วยสิ่งที่คุณเรียนรู้ © __Tired__

-The nocebo effect หากคุณเชื่อว่ามีบางสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อคุณคุณจะเริ่มมีอาการเชิงลบ ตัวอย่างเช่น ในแอฟริกาใต้ กลุ่มคนที่อ้างว่าต้องทนทุกข์ทรมานจากการแพ้แม่เหล็กไฟฟ้าและเริ่มไม่ยินดีต่อเสาโทรศัพท์มือถือใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น  พวกเขามีอาการปวดหัว คลื่นไส้ และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และอ้างว่าหายขาดเมื่ออยู่ไกลจากเสาโทรศัพท์ เมื่อพวกเขาอยู่ในศาลพวกเขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขา จากนั้นเจ้าของเสาโทรศัพท์ก็เปิดเผยว่าเสาโทรศัพท์นั้นถูกปิดลงในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา! © derf82

-ฉันมีชื่อเสียงในวงการของฉัน ความลับก็คือว่าฉันไม่ใช่คนชอบแสดงออก และวิตกกังวลเมื่อออกไปข้างนอก เคล็ดลับที่ฉันใช้เมื่อฉันเดินเข้าไปในงานอีเวนต์คือการหาคนๆหนึ่ง เพื่อถามคำถามเกี่ยวกับตัวพวกเขา มันง่ายเหมือน “ฉันชอบเสื้อของคุณ คุณไปได้มาจากไหน?”  เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกไม่รู้จะทำอะไร เพียงแค่ถามคำถามเกี่ยวกับตัวพวกเขาเพราะคนอื่นชอบพูดเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง © michaelad567

มีข้อไหนบ้างที่เพื่อนๆเคยลองใช้แล้ว และเป็นอย่างไรบ้าง เล่าให้เราฟังบ้างในเพจขอเง

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW

Facebook Comments

comments