7 ทฤษฎีแปลกๆ ในแฮร์รี่พอตเตอร์ จากผู้คน…ที่น่าขนลุก

425

ทฤษฎีบางอย่างก็ง่าย บางอย่างก็ซับซ้อนมาก แต่ทฤษฎีต่างๆ ของ Harry Potter เหล่านี้ จาก รอนเป็นดัมเบิลดอร์จนถึง มักเกิ้ล  ที่ชนะพ่อมด กลุ่มคนที่ชื่นชอบและหลงใหลแฮร์รี่ พอตเตอร์ หลายคนได้สร้างทฤษฎีเกี่ยวกับซีรีส์นี้ที่เป็นของตัวเองขึ้นมาและเราต้องการแบ่งปันกับคุณเพื่อที่คุณจะได้ตัดสินสิ่งเหล่านี้เอง
เรายินดีที่จะเผยแพร่เรื่องราวที่น่าเชื่อถือและแปลกประหลาดที่สุดของโลกแห่งเวทมนตร์

1 ทฤษฎี รอนดัมเบิลดอร์: จริงๆ แล้ว รอนเป็นดัมเบิลดอร์ ที่เดินทางข้ามเวลามา


ทฤษฎีนี้ระบุว่ารอน ใช้ชีวิต “ชีวิตแรก” ตามที่หนังสือแนะนำ: เขาไปที่ฮอกวอตส์กับ แฮรี่ และ เฮอร์ไมโอนี่ และตอนท้ายเขาก็ได้แต่งงานกับเธอ อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาในชีวิตของเขาได้ย้อนกลับไป“ ชีวิตที่สอง” ในฐานะอัลบัส ดัมเบิลดอร์ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถเป็นที่ปรึกษาของแฮรี่ได้เมื่อปัญหาต่างๆและการผจญภัยได้เริ่มต้นขึ้น นี่คือข้อโต้แย้ง:
ในความเป็นจริงพวกเขามีลักษณะเหมือนกัน รอน คือดัมเบิลดอร์ หัวแดงทั้งคู่มีจมูกยาวและทั้งสองสูงและผอม

ดัมเบิลดอร์เคยกล่าวไว้ว่าเขามีแผลเป็นเหนือเข่าซ้ายของเขาเป็นรูปรถไฟใต้ดินและเราก็รู้ว่า Ron ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าของเขา ดัมเบิลดอร์สารภาพว่าเมื่อเขายังเด็กเขาไม่ชอบถั่วทุกรสของ Bertie Bott หลังจากกินขนมรสอ้วก แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่วงเวลาเพราะดัมเบิลดอร์มีอายุประมาณ 150 ปีเพราะพ่อมดมีอายุยาวนานกว่าพวกมักเกิ้ล แต่ขนม Bertie Bott เกิดขึ้นในปี 1935 เขาจะต้องเกิดหลังปี 1935 และไม่ใช่กลางปี 1800 ตามที่ปรากฏนั้นทำให้เขาลองขนมรสอ้วกนี้ในวัยหนุ่มของเขา
ดัมเบิลดอร์ดูเหมือนว่าจะรู้ทุกอย่าง บางครั้งเขาก็ตระหนักถึงแผนการลับของ แฮรี่, รอน, และเฮอร์ไมโอนี่ แต่เขาและรอนแทบจะไม่ค่อยพบเจอกันแบบตัวต่อตัวในซีรีส์ ในความเป็นจริงเมื่อ กระทรวงเวทมนตร์เปิดเผยพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์ รอนรู้สึกงงงวยอย่างมากว่าเขาได้รับ ดีลูมิเนเตอร์ ของดัมเบิลดอร์ (ดีลูมิเนเตอร์ เป็นสิ่งประดิษฐ์ของ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ มีลักษณะเป็นวัตถุสีเงิน ใช้สำหรับการจุดไฟ ซึ่งดีลูมิเนเตอร์จะเอาแหล่งกำเนิดแสง)

3 ครุกแชงก์ เป็นแมวของลิลี่ (เอฟเวนส์) พอตเตอร์มาก่อน

เมื่อเพื่อนทั้ง 3 คนอยู่ในกริมโมลด์เพลซ แฮรี่ พบจดหมายที่เขียนโดย ลิลี่แม่ของเขา ที่นั่นเธอกล่าวว่าครอบครัวพอตเตอร์เลี้ยงแมวและ ทารกน้อยแฮรี่ เกือบเหยียบมันในขณะที่เขาเล่นกับด้ามไม้กวาดของเล่น ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าแมวนั้นรอดชีวิตหลังจากการเจอกับลอร์ด โวลเดอมอร์หรือไม่ แต่หลายคนมั่นใจว่า ครุกแชงก์ เป็นแมวตัวเดียวกัน และนี่คือหลักฐาน:

เฮอร์ไมโอนี่ ซื้อครุกแชงก์  ในตรอกไดอากอนที่ร้านที่ชื่อ Magical Menagerie เจ้าของร้านเล่าว่าเขาได้แมวตัวนี้มาเป็น “เวลาพอสมควร” แล้วเพราะไม่มีใครต้องการมัน ในช่วงเวลาที่โวลเดอมอร์เจอแฮรี่เป็นครั้งแรกถึงวันที่ เฮอร์ไมโอนี่ซื้อแมวมา 12 ปีแล้วและนั่นก็ถือว่าเป็น “เวลาพอสมควร”
ครุกแชงก์รู้สึกสบายใจกับซีเรียส เสมือนมันเป็นสุนัขและซีเรียสเป็นมนุษย์ของมัน นั่นเป็นเพราะเขาเคยไปเยี่ยมเจมส์ กับ ลิลี่ มาก่อนและเป็นมิตรกับพวกเขา

ครุกแชงก์จำหนูสแคปเบอร์ และเกลียดมันทันทีซึ่งปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ยังเป็นเพื่อนเก่าของเจมส์ และ ลิลี่ แต่เขาเป็นคนที่หักหลังพวกเขา แมวอาจไม่รู้ว่าการหักหลังคืออะไร แต่มันแน่ใจว่าว่า ปีเตอร์ อยู่กับโวลเดอมอร์ ในคืนที่ถูกโจมตีและเห็นปีเตอร์ กลายเป็นหนูหลังจากเจมส์ และ ลิลี่จากไป

3 คุณนายนอร์ริสแมวของอาร์กัส ฟิลช์ ที่จริงแล้วเป็นภรรยาของเขา


อาร์กัส ฟิลช์ในเรื่องเป็นคนขี้เหงา อารมณ์เสีย และขี้หงุดหงิดตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่เคยทำเช่นนั้น กับแมวของเขาที่ชื่อว่า คุณนายนอร์ริสเนื่องจากหลักฐานที่น่าสนใจ หลายคนเริ่มเชื่อว่าแมวนั้นไม่ใช่สัเป็นตว์เลี้ยงของเขาอย่างแน่นอน แต่ที่จริงเป็นภรรยาของเขา ที่เป็นแอนนิเมจัส ที่อยู่ในฐานะแมวหลังจากการเปลี่ยนแปลงที่ผิดพลาด

เมื่องูแบซิลิสก์ ทำให้แมวของเขากลายเป็นหิน เขากล่าวหาแฮรี่ทำและเริ่มสะอึกสะอื้น ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าคนที่เย็นชาและจะร้องไห้ให้กับแมวที่เป็นแค่สัตว์เลี้ยงของเขาก็ตาม มันทำให้ดูเหมือนว่าคุณนายนอร์ริสเป็นมากกว่าเพื่อนสัตว์เลี้ยงของเขา
ไม่มีหลักฐานว่าแผนที่Marauder แสดงชื่อของสัตว์ต่างๆ ไม่เช่นนั้นแผนที่คงจะเต็มไปด้วยชื่อของสัตว์เลี้ยงนักเรียนและสัตว์วิเศษทั้งหมดภายในและภายนอกฮอกวอตส์ ตัวอย่างเช่น เฮ็กวิก หรือคางคกของเนวิลล์ไม่ถูกระบุไว้ในนั้น อย่างไรก็ตามแผนที่แสดงให้เห็นแอนนิเมจัส และครั้งแรกที่แฮรี่ เปิดแผนที่ J.K Rowling ได้อธิบายสิ่งที่มันแสดง:
“จุดที่มีป้ายกำกับที่มุมซ้ายบนแสดงให้เห็นว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เดินไปเดินมาอยู่คุณนายนอร์ริสแมวของผู้ดูแลเดินด้อมๆ มองๆอยู่บนชั้นสอง”

4 เป็นความผิดของแฮรี่ เองที่ครอบครัวเดอร์สลีย์ ใจร้ายต่อเขามาก

ทฤษฎีนี้กล่าวว่าครอบครัวเดอร์สลีย์ ปฏิบัติต่อแฮรี่ อย่างร้ายกาจเพราะพวกเขาได้รับอิทธิพลอันน่ากลัวจากเวทมนต์ แบบเดียวกันที่แฮรี่เคยได้รับ นี่คือความคิดบางอย่างที่ควรพิจารณา:
ฮอร์ครักซ์ (Horcrux) อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์เวทย์มนตร์ที่รุนแรงที่สุดซึ่งจะได้มาโดยทำให้ใครบางคนจากไปเท่านั้น มันเป็นเวทมนตร์ที่มี แต่แม่มดและพ่อมดมืดที่มีส่วนร่วม ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นวัตถุหรือคนผลที่เกิดขึ้นกับสิ่งรอบตัวพวกเขาก็เหมือนกัน: พวกเขาทำกับคนอื่นเป็นศัตรู และควบคุมความคิดของพวกเขา

ตัวอย่างเรื่องนี้ ได้แก่ รอน จำได้ไหมว่ารอน ทิ้งแฮรี่ และ เฮอร์ไมโอนี่ไว้ในป่าหลังจากใส่ล็อกเกต (เป็นฮอร์ครักซ์ อันนึง) เพียงไม่กี่วันแฮรี่ก็ได้ 7ฮอร์ครักซ์ ของ โวเดอมอร์ หากรอนทิ้งยังเพื่อนของเขาในหลังจากนั้นสองสามวัน ลองจินตนาการว่า เดอร์สลีย์ นั้นขมขื่นและน่าสะพรึงกลัวเพียงใดหลังจากใช้เวลานานกว่าทศวรรษด้วยฮอร์ครักซ์ (หรือแฮรี่นั่นเอง)

11 เรารู้เกี่ยวกับการจากไปของดัมเบิลดอร์ ตั้งแต่หนังสือเล่มที่สาม: ศาสตราจารย์ซีบิลล์ ทรีย์ลอว์นีย์ ได้ทำนายไว้


ในเรื่องนักโทษแห่งอัซคาบัน ศาสตราจารย์ทรีย์ลอว์นีย์ ลังเลที่จะนั่งทานอาหารค่ำวันคริสต์มาสกับนักเรียนและอาจารย์ คนอื่นๆ เพราะเธอเห็นคน 12 คนนั่งอยู่ที่โต๊ะ เธออธิบายว่าถ้ามี 13 คนรับประทานอาหารร่วมกัน คนแรกที่ลุกขึ้นยืนจะเป็นคนแรกจะจากไป
แต่มีคนอยู่ที่โต๊ะอาหาร 13 คนอยู่แล้ว และไม่มีใครสังเกตเห็นปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ซึ่งปลอมตัวเป็น สแคบเบิ้ลหนูซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าของรอน และดัมเบิ้ลดอร์เป็นคนแรกเขาที่ลุกขึ้นยืนต้อนรับศาสตราจารย์ทรีย์ลอว์นีย์ และเขาเป็นคนแรกของงานที่ต้องจากไป

6 ในความเป็นจริงฮอกวอตส์เป็นโรงพยาบาล


บางคนเชื่อว่าโลกของ Harry Potter นั้นช่างเหนือธรรมชาติจนต้องมีคำอธิบายสำหรับมันก็คือสิ่งที่ทุกคนจินตนาการถึงตัวละคร มีสิ่งต่างๆ ที่จินตนาการ เช่นการพูดถึงภาพวาด ผีและตัวละครที่ได้ยินเสียงหรือพูดคุยกับสัตว์ แต่นอกเหนือจากเวทย์มนตร์ทั้งหมดนี่คือเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับสาเหตุที่ฮอกวอตส์ อาจเป็นโรงพยาบาล


ในภาคศิลาอาถรรพ์ แฮรี่หมกมุ่นอยู่กับ Mirror of Erised และหาทางที่จะไปนั่งรับประทานอาหารข้างหน้ากระจกนั้นทุกคืน ในคืนหนึ่ง ดัมเบิ้ลดอร์มาเตือนเขาว่า“ มีหลายคนที่เสียเวลาไปกับสิ่งนี้ พวกเขาตกอยู่ในภวังค์กับสิ่งที่พวกเขาได้เห็น หรือแม้กระทั่งถูกทำให้เสียสติ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ไหนเป็นเรื่องจริงหรือเป็นไปได้”
หนังสือแสดงให้เห็นว่าเด็กๆ หลายคนทำตัวก้าวร้าวอย่างเช่น ในกรณีของเดรโก้ มัลฟอลย์

ดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความวิกลจริตมาเป็นเวลานาน ลูปินเป็นมนุษย์หมาป่าที่จะเปลี่ยนแปลงร่างเป็นหมาป่าทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง และแฮรี่นั้นก็สนิทกับเขามาก ซึ่งเราสามารถเชื่อมโยงสองคนนี้ได้ด้วยดวงจันทร์ และด้วยความวิกลจริต
หลักฐานที่น่าสนใจที่สุดอาจอยู่ในบรรทัดนึง ที่ดัมเบิ้ลดอร์ พูด เมื่อแฮรี่ “จากไป” และพบกับศาสตราจารย์ ดัมเบิ้ลดอร์ ที่สถานี Kings Cross ซึ่ง แฮรี่ถามศาสตราจารย์ ดัมเบิ้ลดอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของเขาว่า “บอกผมเป็นครั้งสุดท้ายทีว่า มันเป็นเรื่องจริงเหรอ? หรือสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นในหัวของผมเท่านั้น?” และ ศาสตราจารย์ ดัมเบิ้ลดอร์ ตอบว่า “ แน่นอนว่ามันกำลังเกิดขึ้นในหัวของคุณ, แฮรี่ แต่ทำไมมันจะหมายความว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง?”

มากกว่าสองสามสิ่งในโลกแห่งเวทมตร์ของแฮรี่ พอตเตอร์ ไม่สมเหตุสมผลสำหรับบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีที่พ่อมดและแม่มดถูกควบคุมโดยกระทรวงเวทมนตร์ สิ่งนี้ทำให้แฟนบางคนเชื่อว่าในราวศตวรรษที่ 14 หรือ 15 พ่อมดและมักเกิ้ลไม่ถูกกัน ซึ่งมักเกิ้ลเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มควบคุมและจำกัดพื้นที่ของพ่อมดและแม่มดผ่านกระทรวงเวทมนตร์ คุณอาจต้องการให้ความคิดเห็นต่อข้อโต้แย้งเหล่านี้:
ในภาค Goblet of Fire เราพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเวทย์มนตร์ต้องการที่จะนำสิ่งมีชีวิตวิเศษที่ไม่ปลอดภัยเข้ามาในสหราชอาณาจักร นั่นก็คือมังกร และเขาจะต้องแจ้งให้นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรในเรื่องนี้ แต่ทำไมเขาต้องบอกข้อมูลชิ้นนี้กับผู้นำของสหราชอาณาจักร? มีพ่อมดไม่ได้พยายามซ่อนสิ่งมหัศจรรย์จากมักเกิ้ลหรอกเหรอ อันที่จริง นั่นคือนโยบายที่แท้จริงของโลกแห่งเวทมนตร์ไม่ใช่เหรอ?

โลกแห่งเวทย์มนตร์กำลังจะล่มสลายลงเนื่องจากการดำรงอยู่ของกระทรวงเวทมนตร์ที่ถูกตั้งโดยพวกมักเกิ้ลเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อลดหรือกำจัดภัยคุกคามจากเวทมนตร์
เหล่าพ่อมดนั้นถูกควบคุมมากขึ้นกว่าที่เคยมีมาและไม่กล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์
เช่น ศิลาอาถรรพ์ ขึ้น ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์อาจดูเป็นพ่อมดทรงพลัง แต่เขาก็ไม่ใช่ เมอร์ลินหรือฟลาเมล

ทฤษฎีใดที่เพื่อนๆคิดว่าน่าเชื่อถือที่สุด หรือทฤษฎีไหนที่เพื่อนๆคิดว่าไม่ถูกต้อง? บอกสิ่งที่คุณคิดได้เลยที่ด้านล่าง! (บอกเลยว่าอันสุดท้ายก็สุดโต่งเกินไปจริงๆ)

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW

Facebook Comments

comments